ประโยชน์ของโกโก้

Last updated: May 31, 2009  |  10799 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้ทั่วไป

ประโยชน์ของโกโก้

"ผลการศึกษาชิ้นใหม่พบว่านอกจาก ชา หรือไวน์แดง ที่รู้กันดีว่ามีสารแอนตี้ออกซิแดนท์"

ผลการศึกษาชิ้นใหม่พบว่านอกจาก ชา หรือไวน์แดง ที่รู้กันดีว่ามีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ หรือสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคได้หลายโรค รวมถึงยังป้องกันผลกระทบจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ยังมีอาหารอีกชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ "โกโก้" ที่มีคุณสมบัติมากกว่าเครื่องดื่มเสริมสุขภาพที่ว่ามาเสียอีก

นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาศึกษาพบว่า โกโก้ร้อน 1 ถ้วยนั้นอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มากกว่าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีเช่น ชา หรือ ไวน์แดง

ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลการศึกษาหลายชิ้นได้เน้นถึงคุณสมบัติในการเสริมสร้างสุขภาพทีพบใน ชา ไวน์แดง และโกโก้ โดยมีงานวิจัยในจีน ตีพิมพ์เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วพบว่า คนที่ดื่มน้ำชาเป็นประจำนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกว่าครึ่งหนึ่ง

ปีที่แล้ว นักวิจัยในฝรั่งเศสรายงานว่า ดื่มไวน์แดงวันละแก้ว อาจช่วยลดโอกาสความเสี่ยงของโรคหัวใจ และในปี 1998 ได้มีการศึกษากับคนอเมริกันกว่า 8,000 คนพบว่าช็อกโกแลต ซึ่งผลิตมาจากโกโก้ นั้นอาจช่วยให้อายุยืนขึ้น เนื่องจากอุดมไปด้วย โพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยกวาดล้างของเสียที่ผลิตจากร่างกาย โดยของเสียเหล่านั้นมีส่วนทำลายเซลล์ และก่อให้เกิดมะเร็งได้

 

"ดื่มโกโก้โดยตรงได้สารอาหารเต็มที่"

ในการศึกษาล่าสุดนี้ ดร. ชาง ยง ลี และคณะ จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ในนิวยอร์ก ได้ทำการทดสอบโดยวัดระดับสารต่อต้านอนุมูลอิสระใน ชา ไวน์แดง และโกโก้ พบว่าโกโก้ถ้วยหนึ่งนั้นมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์มากที่สุด โดยมีมากกว่า ไวน์แดง 1 แก้วถึง 2 เท่า มากกว่าชาเขียว 1 ถ้วยถึง 3 เท่า และมากกว่าชาดำถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

แม้ว่าโกโก้จะถูกนำไปทำเป็นอาหารหลายอย่างรวมทั้ง ช็อกโกแลต แต่นักวิจัยเผยว่าทางที่ดีที่สุดที่จะได้รับคุณค่าสารอาหารอย่างเต็มที่ ก็คือการดื่มโกโก้ โดยตรง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าในช็อกโกแลต 1 แท่งอุดมไปด้วยไขมัน โดยช็อกโกแลตแท่ง ขนาด 40 กรัมนั้นมีไขมันมากถึง 8 กรัม ขณะที่โกโก้ร้อน 1 ถ้วยมีไขมันเพียงแค่ประมาณ 0.3 กรัมเท่านั้น

"แม้เรารู้ว่าสารต่อต้านอนุมูลอิสระนั้นดีต่อสุขภาพของเรามาก แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าในแต่ละวัน เราต้องการสารนี้กันจำนวนเท่าใด" ดร. ลี กล่าว "แต่กระนั้น โกโก้ร้อน ถ้วยหรือ สองถ้วย ก็ช่วยในด้านของความอร่อย ดื่มแล้วก็ทำให้รู้สึกอุ่น และช่วยเสริมสร้างสุขภาพจากสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ได้รับอีกด้วย"

ผลการศึกษาตีพิมพ์ใน วารสารของสมาคมการแพทย์อเมริกัน

 


การดื่มโกโก้บางชนิดมีผลดีต่อการเสริมสร้างการทำหน้าที่ของสมองมนุษย์โดยเฉพาะเมื่อร่างกายแก่ตัวลงเรื่อย ๆ

เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักวิจัยทางการแพทย์ทั่วโลกว่าการที่ประชากรโลกมีอายุยืนยาวขึ้นทำให้มีจำนวนผู้ที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมมากขึ้น

และมีความจำเป็นในการหาทางช่วยให้สมองของมนุษย์สามารถคงความสามารถในการทำหน้าที่ได้ยาวนานและดีขึ้นกว่าเดิม

ทีมนักวิจัยที่ทำการวิจัยนี้กล่าวต่อที่ประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อเมริกันว่า

หนึ่งแหล่งซึ่งมีแนวโน้มในการช่วยเสริมสร้างการทำหน้าที่ของสมองคนคือสาร ฟลาวานอลส์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มักพบในเม็ดโกโก้

สารนี้เชื่อว่า สามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในสมอง

 

 

 

 

ศาสตราจารย์เอียน แมคโดนัลด์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งนอตติงแฮมในประเทศอังกฤษได้นำเสนอผลการทดสอบต่อที่ประชุมวานนี้ว่า

ในบรรดาผู้หญิงที่ให้ดื่มเครื่องดื่มประเภทโกโก้ที่มีสารฟลาวานอลส์สูง มีการไหลเวียนโลหิตในสมองดีขึ้น อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้ดื่ม

ในขั้นตอนการทดลองนั้นนักวิจัยให้กลุ่มตัวอย่าง

ทำแบบทดสอบที่มีความซับซ้อนในขณะที่ทำการศึกษาสมองของคนพวกนี้ด้วยเครื่องเครื่องฉายภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ หรือเอ็มอาร์ไอ

ศาสตราจารย์แมคโดนัลด์กล่าวด้วยว่า

ผลการทดลองนี้ทำให้เพิ่มความเป็นไปได้ในการนำสารฟลาวานอลส์มาใช้ในการรักษาโรคสมองเสื่อมซึ่งมาพร้อมกับการลดลงของการไหลเวียนโลหิตในสมอง และใช้ในการบำรุงรักษาหลอดเลือดหัวใจ

 

 

 

 

 

ศาสตราจารย์แมคโดนัลด์กล่าวว่า

สำหรับขั้นต่อไปคือการขยายผลจากผลของโกโก้ต่อการบำรุงสุขภาพในคนปกติไปสู่คนที่มีปัญหาทางด้านการไหลเวียนโลหิตในสมอง

ด้านศาสตราจารย์ นพ. นอร์แมน ฮอลเลนเบอร์ก จากโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดกล่าวว่า

เขาก็เคยศึกษาพบประโยชน์ต่อสุขภาพของโกโก้ในชนเผ่าอินเดียคูนา ในปานามาซึ่งดื่มโกโก้กันเป็นประจำ

อย่างไรก็ดีนพ. ฮอลเลนเบอร์ก กล่าวว่า

โกโก้ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมักเป็นชนิดที่มี สารฟลาวานอลส์ต่ำเนื่องจากสารนี้ถูกขจัดออกไปเพื่อลดรสขมของโกโก้ และประชาชนไม่ควรถือเอาผลการวิจัยนี้เป็นเหตุผลในการดื่มโกโก้กันอย่างเมามัน

นพ. ฮอลเลนเบอร์กกล่าวและว่า

ช๊อคโกแลตคือความสุข
แต่มันไม่เคยถือว่าเป็นอาหารสุขภาพเพราะว่ายังมีปัญหาเรื่องแคลอรี่อยู่

ส่วนในโกโก้นั้นไขมันจำนวนมากได้ถูกขจัดออกไป ผมมองว่าโกโก้มีอนาคตที่สดใส

 

..

 

 

 

นพ. ฮอลเลนเบอร์กซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความดันโลหิตได้ศึกษา

ชนเผ่าคูนาเพราะว่าเป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่บนเกาะและไม่มีปัญหาความดันโลหิตสูง โดยเขาศึกษาพบว่าสมาชิกของชนเผ่านี้ที่ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองมักมีความดันโลหิตสูงขึ้น

ซึ่งคาดว่าจะมาจากความแตกแต่ง

ในการดื่มโกโก้ที่ต่างชนิดกันเพราะโกโก้ที่ชนเผ่านี้เตรียมเองเป็นโกโก้ที่มีสารฟลาวานอลส์สูงและเป็นเพียงเครื่องดื่มชนิดเดียวที่ชนเผ่านี้ที่อาศัยอยู่ในเกาะดื่ม ต่างจากคนที่ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองที่เปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มกินตามท้องถิ่น

และนอกจากชนเผ่าคูบา

ที่อาศัยอยู่บนเกาะจะไม่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูงแล้วแล้วนพ. ฮอลเลนเบอร์กยังพบอีกด้วยว่าไม่มีรายงานคนที่เป็นโรคสมองเสื่อมในชนเผ่าพวกนี้เลย

 

 

 

 

 

 

 



Powered by MakeWebEasy.com