วิถีแห่งชา ซาโด

Last updated: Oct 16, 2009  |  4075 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้ทั่วไป

วิถีแห่งชา ซาโด

กว่าจะมาเป็นชาสักถ้วยหนึ่งเพื่อต้อนรับแขก เจ้าบ้านจะพิถีพิถันในขั้นตอนการชง ความขึงขังและจริงจัง ใส่จิตวิญญาณของผู้ชงชาสร้างความขลังจนกลายเป็นพิธี คนญี่ปุ่นจะเรียกพิธีชงชาว่า “ซาโด” ซึ่งคำว่า “โด”แปลว่า วิถี และ “ซา” แปลว่า ชา สิ่งที่ทำให้พิธีชงชาเป็นเรื่องยากและต้องฝึกฝน คือ การควบคุมจิตใจให้เข้าถึงซึ่งต้องใช้เวลาและอาจต้องฝึกฝนตลอดชีวิต จุดมุ่งหมายสูงสุดของซาโด คือ การแสดงออกถึงความงามในการต้อนรับผู้มาเยือน ทุกความเคลื่อนไหวในกระบวนการชงชาต้องเป็นไปอย่างราบรื่น

ก่อนหน้านี้การชงและดื่มชามักทำกันในงานเลี้ยงยามว่างของคนรวยเท่านั้น คนที่ทำให้พิธีชงชาเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาและประสบความสำเร็จเป็น อย่างมาก คือ เซน โนะ ริคิว (Sen no Rikyuu) ซึ่งได้ตัดรูปแบบการเลี้ยงชาที่ฟุ่มเฟือยออก และนำความเรียบง่าย สมถะ จริงใจ อ่อนน้อมถ่อมตน และความเก่าแก่เข้ามาแทนที่ ริคิวยังได้นำแนวคิดความเท่าเทียมกันเข้ามาในพิธีชงชา จนมีคำกล่าวที่สำคัญและเป็นกฎเกณฑ์ในการสร้างห้องชงชา คือ “ทุกคนเท่าเทียมกันหมดในห้องชงชา” ผู้ที่เข้ามาทุกคนต้องก้มศีรษะทุกครั้ง เนื่องจากประตูมีขนาดเล็ก

รูปแบบการจัดพิธีชงชา มักจัดในห้องพิธีชา (หรือประกอบพิธีกลางแจ้ง มีจัดเตรียมที่นั่งชั่วคราวไว้ เช่น ในสวน) เรียกการชงชาว่า “เทะมะเอะ (Temae)” ลำดับการชงชา คือ ผู้ชงจะใส่มัทฉะ (matcha : ชาสีเขียวป่น) ลงในถ้วยชาและตักน้ำร้อนหม้อต้มมาใส่ คนด้วยฉะเซน (chasen : ไม้คนชา) จนแตกฟอง วิธีดื่ม คือ ยกถ้วยชาขึ้นมาด้วยมือขวาและวางลงบนฝ่ามือข้างซ้าย หมุนถ้วยชาเข้าหาตัว หลังจากดื่มเสร็จแล้วใช้ปลายนิ้วเช็ดขอบถ้วยชา และใช้ไคชิ (kaishi : กระดาษรองขนม) เช็ดนิ้ว แต่องค์ประกอบที่สำคัญของพิธีชงชาไม่ใช้แค่การชงและการดื่มชา สิ่งสำคัญอยู่ที่การชื่นชมคุณค่าและความงามของสิ่งต่างๆ เช่น ถ้วยชาและเครื่องใช้ในพิธีชงชา ชื่นชมความงามของบรรยากาศรอบๆตัวและการสื่อประสานใจระหว่างเจ้าบ้านและแขก ผู้มาเยือน

เซน โน ริคิว ได้กำหนดกฎ 4 ข้อ และแนวปฎิบัติ 7 ประการ ที่พึงปฎิบัติในพิธีชงชาไว้

กฎ 4 ข้อ ได้แก่ ความสงบของจิตใจ, ความเคารพ, ความงามแบบเรียบง่ายและบรรยากาศอันเงียบสงัดของห้องประกอบพิธีชา

แนวปฏิบัติ 7 ข้อ เป็นสิ่งที่เจ้าภาพควรปฏิบัติในเวลารับรองแขก ได้แก่ เสิร์ฟชาเมื่อแขกปรารถนาจะดื่ม เตรียมถ่านให้พอเหมาะต้มน้ำเดือด รับรองแขกให้อบอุ่นในฤดูหนาวและเย็นสบายในฤดูร้อน จัดแต่งดอกไม้ตามธรรมชาติให้เหมือนกับขึ้นอยู่ในท้องทุ่ง เริ่มในเวลาเนิ่นๆ ตระเตรียมอุปกรณ์กันฝนแม้ในวันที่ฝนไม่ตก และเอาใจใส่ดูแลแขกอย่างทั่วถึงทุกคน

ชาได้เริ่มแพร่หลายจากประเทศจีนเข้ามาสู่ญี่ปุ่นเมื่อราวศตวรรษที่ 8 ส่วนมัทชา(Matcha) หรือการดื่มชาผงสีเขียวเริ่มมานิยมเมื่อปลายศตวรรษที่ 12 โดยนิยมดื่มในวงสังคมชั้นสูงเมื่อมีการพบปะสังสรรค์กัน ดื่มชาไปแล้วคุยเรื่องความงานของภาพวาดท่ามกลางบรรยากาศของความเงียบสงบ
รูปแบบของพิธีชงชา หรือชาโนยุ ถือกำเนิดมาในศตวรรษที่ 16 โดยครูแห่งชาคือ เซ็น ริคิว (Sen Rikyu) รูปแบบของชาโนยุซึ่งปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดขึ้นในครึ่งหลัง ของศตวรรษที่ 16 ในระหว่างยุคโมโมยามะ (Momoyama period) โดยครูแห่งชา คือ เซ็น โนะ ริคิว (Sen no Rikyu)
ชาโนบุนั้นมิใช่เพียงการชงชาเพื่อดื่มเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่หมายถึงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ภายใต้อิทธิพลของลัทธิเซ็นเพื่อ การชำระจิตให้บริสุทธิ์โดยการผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ หัวใจแท้จริงของพิธีชงชาก็คือ "ความพอใจในความสันโดษอย่างเคร่งครัดและความสมถะ" ขณะที่ชงชาจะมีการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยสมาธิอ่อนช้อย

และเพื่อความเป็นสุนทรีย์วิถีแห่งชานั้นบรรยากาศในการชงชาจึงถูกจัดด้วยความ งามของศิลปะแห่งธรรมชาติทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ในการชงชา เครื่องตกแต่งบริเวณพิธี เช่น ภาพแขวนหรือการจัดดอกไม้ สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น การจัดสวน เครื่องปั้นดินเผาเซรามิค
ปัจจุบันพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นยังใช้ในงานสำคัญต่าง ๆ อาทิ งานวันเกิด หรือการเปลี่ยนฤดูกาล เป็นต้น

เห็นคนไทยกำลังคลั่งไคล้ชาเขียวกันมาก แต่เป็นชาเขียวประเภทบรรจุขวดหรือกระป๋องแบบพร้อมดื่ม คือยกขึ้นซดดับกระหายแถมเท่ห์อีกต่างหาก แต่การดื่มชาในแบบฉบับของญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องที่น่าศึกษามาก เพราะเป็นทั้งศิลปะและตั้งอยู่บนพื้นฐานของจิตวิญญาณของลัทธิเซ็นเพื่อฝึก จิตสู่ความสงบนิ่ง

ชาได้เริ่มแพร่หลายจากประเทศจีนเข้ามาสู่ญี่ปุ่นเมื่อราวศตวรรษที่ 8 ส่วนมัทชา(Matcha) หรือการดื่มชาผงสีเขียวเริ่มมานิยมเมื่อปลายศตวรรษที่ 12 โดยนิยมดื่มในวงสังคมชั้นสูงเมื่อมีการพบปะสังสรรค์กัน ดื่มชาไปแล้วคุยเรื่องความงานของภาพวาดท่ามกลางบรรยากาศของความเงียบสงบ

รูปแบบของพิธีชงชา หรือชาโนยุ ถือกำเนิดมาในศตวรรษที่ 16 โดยครูแห่งชาคือ เซ็น ริคิว (Sen Rikyu) รูปแบบของชาโนยุซึ่งปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดขึ้นในครึ่งหลัง ของศตวรรษที่ 16 ในระหว่างยุคโมโมยามะ (Momoyama period) โดยครูแห่งชา คือ เซ็น โนะ ริคิว (Sen no Rikyu)

ชาโนบุนั้นมิใช่เพียงการชงชาเพื่อดื่มเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่หมายถึงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ภายใต้อิทธิพลของลัทธิเซ็นเพื่อ การชำระจิตให้บริสุทธิ์โดยการผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ หัวใจแท้จริงของพิธีชงชาก็คือ "ความพอใจในความสันโดษอย่างเคร่งครัดและความสมถะ" ขณะที่ชงชาจะมีการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยสมาธิอ่อนช้อย

และเพื่อความเป็นสุนทรีย์วิถีแห่งชานั้นบรรยากาศในการชงชาจึงถูกจัดด้วยความ งามของศิลปะแห่งธรรมชาติทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ในการชงชา เครื่องตกแต่งบริเวณพิธี เช่น ภาพแขวนหรือการจัดดอกไม้ สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น การจัดสวน เครื่องปั้นดินเผาเซรามิค

ปัจจุบันพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นยังใช้ในงานสำคัญต่าง ๆ อาทิ งานวันเกิด หรือการเปลี่ยนฤดูกาล เป็นต้น

และสำหรับใครที่ชื่นชอบจิบชาญี่ปุ่นลองไปสัมผัสกับต้นตำรับแห่งพิธีชงชาและ จิบน้ำชายามบ่ายสไตล์ญี่ปุ่น ณ บริเวณล๊อบบี้ เล้านจ์ โรงแรมดุสิตธานี ตลอดเดือนตุลาคมนี้ เวลา 15.00 – 17.00 น. ในราคาทั้งชาและขนมเซ็ทละ 290 บาท++

ส่วนชาที่นำมาชงนั้นมีได้คัดสรรชาญี่ปุ่นชั้นดีต่าง ๆ สำหรับคอชา อาทิ เกนไมชา เป็นชาสีเขียวรสนุ่มละมุนชิ้น , เกียวคูโร เป็นใบชาลักษณะเรียวเล็กคล้ายเข็ม มีสีเขียวเข้ม รสชาตินุ่มหอม , เซนชะ หรือใบชาสีเขียวเข้ม รสชาติออกหวานให้ความรู้สึกสดชื่น , ทามาเรียวกุชา ที่ให้กลิ่นหอมนุ่ม และโอจิชา ได้จากใบเซนชะอบแห้งที่มีคาเฟอีนต่ำ

Powered by MakeWebEasy.com