ประวัติความเป็นมาเป็นไปโกโก้

Last updated: Aug 7, 2009  |  9131 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้ทั่วไป

ประวัติความเป็นมาเป็นไปโกโก้

กว่าจะมาเป็นช็อกโกแลตแสนอร่อย
ชาวสเปนเป็นชนชาติแรก ที่ค้นพบรสชาติอันแสนวิเศษของช็อกโกแลต
โดยพวกเขาพบว่า การหมักทำให้เมล็ดโกโก้มีกลิ่นและรสดีขึ้น
หากนำไปต้มโดยเติมน้ำและน้ำตาลไป
จะได้เครื่องดื่มชนิดใหม่ที่พวกเขาให้ชื่อว่า ช็อกโกแลต
ซึ่งเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่ขุนนางชั้นสูง ของประเทศ

และมีการคิดค้นสูตรการปรุงใหม่ๆ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเติมส่วนผสมที่เป็นเครื่องเทศ
เช่น อบเชย กานพลู เมล็ดผักชี
รวมไปถึงการเพิ่มความหอมมัน จากเครื่องดื่มช็อกโกแลต



หลังจากนั้นอีกเกือบหนึ่งศตวรรษ
ความหอมหวานของเครื่องดื่มช็อกโกแลต
จึงเริ่มเข้าไปแพร่หลายในทวีปยุโรป
โดยในช่วงกลางปี พ.ศ. 2143 ความนิยมของเครื่องดื่มช็อกโกแลต
ขยายไปถึงอิตาลี ฮอลแลนด์และฝรั่งเศส

นอกจากนั้นยังมีหลักฐานยืนยันว่าเครื่องดื่มชนิดนี้
เป็นที่รู้จักของขุนนางอังกฤษในปี พ.ศ. 2207 ต้นศตวรรษที่ 18
เป็นช่วงเวลาที่เริ่มมีการเปิดร้าน ขายเครื่องดื่มช็อกโกแลต
แข่งกับร้านขาย กาแฟในกรุงลอนดอน



ต่อมาในปี พ.ศ. 2371 คอนราดฟอน เฮาเซ่น นักเคมีชาวสวีเดน
ค้นพบวิธีการสกัดไขมันที่เรียกว่า ไขมันโกโก้ ออกมาเป็นช็อกโกแลต
ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปเป็นผงโกโก้ได้สำเร็จ

โดยที่ เจ.เอส.ฟรายรวมถึงแคดเบอรี่
เป็นผู้นำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตช็อกโกแลตแท่งในเวลาต่อมา
ทำให้คนทั่วโลกได้ลิ้มรสช็อกโกแลตในรูปแบบที่ไม่ใช่เครื่องดื่ม
หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาธุรกิจขนมหวาน
และช็อกโกแลตนมจนเป็นที่นิยมบริโภคมาจนถึงปัจจุบัน



ช็อกโกแลตหลากชนิดหลายรสชาติ

Unsweetened Chocolate หรือ Bitter Chocolate
ช็อกโกแลตที่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบ มีรสขมนำ

Sweet Chocolate ,Semi-Sweet Chocolate,Bitter-Swet Chocolate
และ Extra-Bitter Sweet Chocolate

ช็อกโกแลตที่น้ำตาลเป็นองค์ประกอบในปริมาณที่ต่างกัน

Milk Chocolate
หรือช็อกโกแลตนม ช็อกโกแลตที่มีนมเป็นองค์ประกอบ

White Chocolate
ช็อกโกแลตที่ประกอบด้วยไขมันโกโก้ นมเหลวและน้ำตาล
แต่จะไม่มีน้ำช็อกโกแลตเป็นส่วนผสมเลย
ช็อกโกแลตชนิดนี้จึงมีสีขาวล้วน

Chocolate Couverture
ช็อกโกแลตที่มีไขมันโกโก้เป็นส่วนประกอบในปริมาณสูง
จึงเหมาะสำหรับใช้เคลือบหรือชุบขนมให้มีลักษณะเป็นเงาดูสวยงาม

Chocolate Chips
ช็อกโกแลตชิ้นเล็ก ๆ ที่ผ่านขั้นตอนการทำให้จับตัว
และไม่ละลายง่ายเหมือนช็อกโกแลตชนิดอื่น
ประโยชน์ของช็อคโกแลต

รู้ไหมว่าช็อคโกแลตมีคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญ
แต่ต้องเป็นช็อกโกแลตแท้เท่านั้น เพราะเนื่องจากว่า
ช็อคโกแลตแท้เท่านั้นที่มีคุณค่าอาหารและพลังต้านโรค
ในช็อกโกแลตแท้หรือเมล็ดโกโก้มีไขมันประมาณ 50%
จึงเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่อน้ำหนักสูงมาก
เมื่อเทียบกับอาหารโปรตีนและคารโบไฮเดรตต่างๆ

ถึงแม้ว่าไขมันโกโก้เป็นกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fat) ไม่ดีต่อร่างกาย
ซึ่งอาจเสี่ยงกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
แต่จากการวิจัยชี้ชัดว่าน้ำมันในโกโก้เป็นไขมันอิ่มตัวชนิด stearic acid
ซึ่งไม่มีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ไม่ทำให้โคเลสเตอรอลรวมและโคเลสเตอรอลร้าย (LDL) สูงขึ้น
แต่กลับมีผลช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลดี (HDL) เสียอีก



และที่น่าสนใจมากกว่านั้นเต็มไปด้วยสารฟลาโวนอยด์
ซึ่งเป็นสารแอนติออกซิแดนท์
ป้องกันมิให้เกิดคราบไขมันสะสมที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ
อันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจเลือดตีบ

การวิจัยยังพบว่าฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลต
ช่วยป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดแข็งตัว
อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการอุดตันในหลอดเลือด
และยังช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง
อันเป็นปัจจัยของโรคหัวใจและโรคความเสื่อมอื่นๆ (degenerative diseases)
ฟลาโวนอยด์มีอยู่ในเนื้อโกโก้
ดังนั้นการกินช็อคโกแลตให้ได้รสชาติและประโยชน์ทางต้านโรคอย่างจริงจัง
จึงควรเลือกกินที่มีคุณภาพ มีเปอร์เซ็นต์เนื้อโกโก้ (cocoa solids) สูง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสูงระดับ 70% หรือที่เรียกว่า “ dark chocolate”
ช็อคโกแลตแท้มีส่วนประกอบพื้นฐานจากเนื้อหรือผงโกโก้
ไขมันโกโก้ และน้ำตาล
การเลือกซื้อควรพิจารณาสัดส่วนของเครื่องประกอบที่ใช้ให้ดี
ควรเลือกที่มีน้ำตาลน้อยเนื้อโกโก้มาก
นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงที่ใช้น้ำมันพืช เลซิติน(lecithin)
และสารปรุงแต่งอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น



เคล็ดลับเลือกช็อกโกแลต

เป็นเคล็ด (ไม่) ลับจาก เบลเยียม ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็น เมืองหลวงแห่งช็อกโกแลต

หากช็อกโกแลตทำท่าจะละลายในมือ ถือเป็นสัญญาณที่ดี
แสดงว่ามีเนยโกโก้ผสมอยู่ในปริมาณสูง

เวลาไปร้านช็อกโกแลต ให้มองหาชิ้นที่มีผิวมัน
หลีกเลี่ยงชิ้นที่มี ‘ดอก’ ขาวจับอยู่
เพราะนั่นแสดงว่าเก็บในที่ร้อนหรือชื้นเกิน ไป

ก่อนรับประทาน ควรดูว่ายังไม่หมดอายุ
ช็อกโกแลตสอด ไส้ครีมมีอายุไม่เกิน 1 สัปดาห์
แต่ชนิดอื่นๆ เก็บได้ประมาณ 6 สัปดาห์

Powered by MakeWebEasy.com