ชาจีนกับวิธีการชง

Last updated: Jul 17, 2009  |  4163 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้ทั่วไป

ชาจีนกับวิธีการชง

ชาจีน มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ เช่น

1. ทำให้สดชื่น คลายความอ่อนเพลีย
2. ชามีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามิน A B C ฯลฯ
3. มีคุณสมบัติละลายไขมันและลดคลอเลสเตอรอล และมีกรดแทนนินช่วยละลายไขมันในลำไส้ ใหญ่
4. กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนของโลหิตและกระตุ้นระบบทำงานของประสาท

ชาวจีนรู้จักนำใบชามาดื่มเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว ทั้งในคัมภีร์ " เสินหนง เปิ่น เฉ่า จิง " คัมภีร์สมุนไพรของจักรพรรดิเสิน - หนง ) และคัมภีร์ " ฉาจิง " ( คัมภีร์ชา ) ก็ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของการดื่มชาของชาวจีนไว้ด้วย จึงนับได้ว่าจีนเป็นชาติแรกที่รู้จักการดื่มชา และนำชาออกเผยแพร่เป็นชาติแรกของโลก

 ชาจึงนับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของชาวจีน และเนื่องจากจีนมีแผ่นดินที่กว้างใหญ่ ภูมิภาคต่างๆ จึงมีประเพณีการดื่มชาที่แตกต่างกันออกไป

ศิลปะการชงชาชั้นผู้ดีของแต้จิ๋ว หรือ " แต้จิ๋วกังฮูเต๊ " จะมีความแตกต่างจากชาวจีนภาคอื่นๆ วิธีการชงชาจะมีความประณีตด้วยอารมณ์อันสุนทรีย์ บรรจง ผู้ชงชาจะต้องมีการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และเลือกสรรใบชาชั้นเยี่ยม ส่วนภาชนะที่ใช้ชงชา เรียกว่า จตุรัตน์ ได้แก่ เตาถ่านเล็ก กาน้ำเล็ก ป้านชาเล็ก จอกชาเล็ก

วิธีการชง
1. ใช้น้ำร้อนลวกป้านชาและจอกชา
2. บรรจุชาป่น 3 ส่วนลงในป้านชา แล้วบรรจุชาใบ 7 ส่วนตามลงไป
3. ชงน้ำเดือดใส่ป้านชา ปิดฝาแล้วรินน้ำทิ้งทันที เรียกว่า " ล้างป้าน " ( น้ำชาที่รินออกนี้ไม่ใช้ดื่ม ) จากนั้นให้ชงน้ำเดือดลงไปใหม่ ประมาณ 1 - 2 นาที ก็ให้รินออกดื่มทันที

การรินและชงนั้นใช้เคล็ดลับ " ชงสูง - รินต่ำ " กล่าวคือ ถือกาน้ำร้อนในตำแหน่งที่สูงพอสมควร ชงใส่ป้านซึ่งได้บรรจุตามกรรมวิธีข้อที่ 2 แล้ว เพื่อให้ใบชาออกรสได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนการรินต่ำนั้นคือการยกป้านชาในตำแหน่งที่ไม่สูงนัก แล้วรินใส่จอกชา เพื่อมิให้กลิ่นหอม จากน้ำชาระเหยไปโดยไม่ควร การรินนั้นยังมีเคล็ดลับอีก เรียกว่า " กวนอูสำรวจเมือง " หรือ " ห่านชิ่นตรวจพล " กล่าวคือ รินน้ำชาใส่แต่ละจอกครั้งละเศษ 1ส่วน 3 โดยเวียนริน ทุกจอกในทำนองเดียวกันนี้ 3 ครั้งจนเต็มจอก ทั้งนี้เพื่อให้รสชาดน้ำชาทุกจอกเท่าเทียมกัน

 การดื่มชาชั้นผู้ดีแต้จิ๋วนี้มีประเพณีว่าใน 1 จอกจะต้องแบ่งจิบ 3 ครั้งจึงหมดจอก ไม่ควรดื่มรวดเดียวหมดจอกเป็นอันขาด เพราะถือว่าเป็นข้อห้ามที่ไม่สุภาพอย่างยิ่ง

Powered by MakeWebEasy.com